ถ้าคุณคิดว่า Fate/Zero คือสงครามจอกที่ดุเดือดที่สุดในจักรวาล Fate คุณคงยังไม่เจอ Fate/Apocrypha ซีรีส์ที่พาคุณไปพบกับมหาจอกที่ถูกขโมยและสงครามที่ไม่มีใครเหมือน ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เซเว่นเซอร์วันท์อีกต่อไป แต่มีถึงสองฝ่าย รวมสิบสี่เซอร์วันท์ และรูเลอร์ผู้คอยตัดสิน เรื่องราวจะพาคุณดำดิ่งสู่โลกที่จอมเวทและวีรบุรุษต้องเลือกข้าง และเส้นแบ่งระหว่างความดีกับความชั่วนั้นเลือนลาง
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ในโลกที่มหาจอกศักดิ์สิทธิ์ถูกขโมยจากเมืองฟุยูกิ ตระกูลยุคด์มิลเลเนียก่อกบฏต่อสมาพันธ์จอมเวทย์ โดยสร้างระบบสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ของตนเองขึ้นมา เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อสาวใช้ของตระกูลยุคด์มิลเลเนียอย่าง ซีก (Sieg) ได้รับการช่วยเหลือจากเซอร์วันท์แห่งฝ่ายดำ และกลายเป็นไฮบริดระหว่างมนุษย์กับฮีโร่ ในขณะเดียวกัน ฝ่ายแดงภายใต้การนำของชิโร่ โคโตมินเนะก็พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่ขวางทาง สงครามครั้งนี้มีรูเลอร์ (Ruler) ผู้เป็นเซอร์วันท์พิเศษคอยควบคุมไม่ให้เกิดความเสียหายเกินจำเป็น แต่เมื่อความลับของจอกถูกเปิดเผย ทุกฝ่ายต่างต้องเผชิญกับคำถามว่าแท้จริงแล้วพวกเขาต่อสู้เพื่ออะไร
งานการแสดงและตัวละคร
แม้จะเป็นซีรีส์อนิเมะที่นักพากย์เสียงเป็นหัวใจสำคัญ Fate/Apocrypha มีนักพากย์มากฝีมือที่ทำให้ตัวละครมีชีวิตชีวา Maaya Sakamoto ในบท Ruler ให้เสียงที่เรียบนิ่งแต่แฝงพลัง ขณะที่ Natsuki Hanae พากย์เสียงซีกได้อย่างน่าเอาใจช่วย ส่วนตัวละครที่น่าจดจำที่สุดคงหนีไม่พ้น แอสโทลโฟ (Rider of Black) ผู้พากย์โดย Rumi Okubo ซึ่งนำความสดใสร่าเริงและความบ้าบิ่นมาสู่เรื่อง อย่างไรก็ตาม ตัวละครบางตัวดูด้อยโอกาสในการพัฒนา โดยเฉพาะเซอร์วันท์ฝ่ายแดงหลายตัวที่มีพื้นที่บนจอไม่มากพอ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
แอนิเมชั่นโดยสตูดิโอ A-1 Pictures ทำออกมาได้สวยงาม โดยเฉพาะฉากต่อสู้ที่มีพลังและลูกเล่นแสงสีสันอลังการ ฉากแอ็กชันใหญ่ๆ อย่างการต่อสู้ของเซอร์วันท์สองฝ่ายทำได้น่าตื่นเต้น แต่บางครั้งงานภาพก็มีอาการตกหล่นเล็กน้อยในตอนที่ไม่ใช่ฉากสำคัญ ดนตรีประกอบโดย Yuki Kajiura และ Go Shiina ให้บรรยากาศที่เข้ากับเนื้อเรื่อง ทั้งเพลงเปิด "Eiyuu Unmei no Uta" โดย EGOIST และเพลงปิด "Kyoukai no Kanata" โดย Maaya Sakamoto ก็ไพเราะและช่วยเสริมอารมณ์ของซีรีส์ได้ดี
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
Fate/Apocrypha เป็นซีรีส์ที่กล้าทดลองแนวคิดใหม่ในจักรวาล Fate นั่นคือการมีเซอร์วันท์สองฝ่ายและรูเลอร์ ซึ่งทำให้เกิดความซับซ้อนทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมากขึ้น ข้อดีคือความหลากหลายของตัวละครที่ทำให้ผู้ชมมีตัวเลือกในการชอบหรือเกลียด แต่ข้อเสียคือการกระจายเวลาให้ตัวละครแต่ละตัวไม่เท่ากัน ทำให้บางตัวดูเหมือนแค่ตัวประกอบ นอกจากนี้ การดำเนินเรื่องในช่วงกลางค่อนข้างยืดเยื้อ และบางครั้งการตัดสินใจของตัวละครก็ดูไม่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนๆ Fate ที่ต้องการเห็นอะไรใหม่ๆ นอกเหนือจากฟุยูกิ เรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี
สรุป
Fate/Apocrypha เป็นซีรีส์ที่เหมาะกับแฟนๆ Fate ที่ต้องการดูอะไรใหม่ๆ โดยไม่ต้องผูกติดกับเนื้อเรื่องเดิม แม้จะมีจุดอ่อนเรื่องการพัฒนาตัวละครและจังหวะการเล่าเรื่อง แต่ก็ยังสนุกและคุ้มค่าสำหรับคนที่ชอบแอ็กชันและโลกแฟนตาซีของ Fate โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณชอบตัวละครอย่างแอสโทลโฟหรือต้องการเห็นเซอร์วันท์หลายตนในเรื่องเดียวกัน
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +แนวคิดสงครามจอกสองฝ่ายแปลกใหม่ น่าติดตาม
- +ตัวละครหลากหลาย โดยเฉพาะแอสโทลโฟและรูเลอร์
- +ฉากต่อสู้สวยงาม อลังการ
👎 จุดด้อย
- −การพัฒนาตัวละครบางตัวไม่ทั่วถึง
- −เนื้อหาช่วงกลางค่อนข้างยืดเยื้อ
- −การตัดสินใจของตัวละครบางครั้งไม่สมเหตุสมผล
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ได้ครับ เป็นเรื่องราวจักรวาลคู่ขนานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรง สามารถดูแบบ Standalone ได้
มีทั้งหมด 25 ตอน จบสมบูรณ์ในซีซันเดียว
ต่างตรงที่มีเซอร์วันท์ถึง 14 ตนและรูเลอร์ รวมถึงสงครามที่เกิดขึ้นนอกเมืองฟุยูกิ และตัวเอกเป็นมนุษย์ที่กลายเป็นฮีโร่